Thursday, August 17, 2006

Gouvernement

การปกครองของฝรั่งเศส
ในสมัยก่อนการปกครองของฝรั่งเศสเป็นแบบราชาธิปไตย และในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 (ทรงใช้รุปพระอาทิตย์เป็นเครื่องหมายประจำรัชกาล) ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีอำนาจเหนือไพร่ฟ้ามากกว่ากษัตริย์พระองค์อื่นทั้งสิ้นในยุโรป ทรงสร้างพระราชวังแวร์ซายส์ไว้เป็นอนุสรณ์แห่งพระราชอำนาจของพระองค์ และฝรั่งเศสเริ่มมีอาณานิคมโพ้นทะเล ต่อมาได้มีล้มล้างรับบราชาธิปไตย โดยการปฏิวัติฝรั่งเศส (La révolution française) ในปี 1789-1793 และเปลี่ยนมาเป็นการปกครองแบบสาธารณรัฐที่ 1 ได้มีการจัดตั้งสภาบริหารกิจการของรัฐขึ้น บ้านเมืองอยู่ในกลียุค มีการฆ่าฟันกันภายใน และประเทศอื่นๆ ประกาศสงครามกับฝรั่งเศส และเกิดทหารฝีมือดีขึ้น ซึ่งก็คือ นโปเลียน โบนาปาร์ต (Napoleon Bonaparte) นโปเลียน ทรงอำนาจสูงสุดเป็นผู้บริหารหมายเลขหนึ่ง และต่อมาได้สถาปนาพระองค์เป็นจักรพรรดิ์แห่งฝรั่งเศสในปี 1804 พระองค์นำกองทัพฝรั่งเศสให้มีชัยเหนือกองทัพประเทศยุโรป แต่เมื่อทรงบุกเข้ารัสเซีย ก็ทำให้ไม่ชนะและปราชัยเรื่อยมา จนกระทั่งถูกสั่งไปคุมขังและสิ้นพระชนม์อยู่บนเกาะเซนต์ เฮเลน่า (Saint Helena) ในปี 1821 หลังจากสมัยของนโปเลียน ฝรั่งเศสได้ฟื้นฟูระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ โดยได้อัญเชิญพระราชวงศ์จากราชวงศ์บูร์บองส์มาขึ้นครองราชย์ ได้แก่ พระเจ้าหลุยส์ที่ 18 พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 10 และพระเจ้าหลุยส์-ฟิลิป ซึ่งตอนหลัง พระเจ้าหลุยส์-ฟิลิปได้ถูกรัฐประหาร และถูกถอดจากราชสมบัติ และเปลี่ยนมาเป็นการปกครองแบบสาธารณรัฐที่ 2 ปี 1848-1852 โดยมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีและคนที่ได้ก็คือ หลุยส์-นโปเลียน โบนาปาร์ต หลานชายของอดีต จักรพรรดิ์นโปเลียน ซึ่งได้รับเลือก ด้วยคะแนนเสียงท้วมท้น หลุยส์-นโปเลียน ได้ทำการรัฐประหาร และสถาปนาพระองค์เป็น จักรพรรดิ์นโปเลียนที่ 3 แต่ก็ครองราชย์ได้ไม่นาน เพราะพระองค์ได้นำประเทศเข้าสู่สงครามหลายครั้ง และมักปราชัยเสมอ สงครามปรัสเซีย ฝรั่งเศสแพ้ เสียแคว้นอัสซาสและลอร์เรนให้ปรัสเซีย เมื่อรัชสมัยของพระองค์ยุติลง ก็ได้เปลี่ยนมาเป็น สาธารณรัฐที่ 3 ในปี 1871-1946 ซึ่งเป็นระยะเวลาที่รัฐสภาทรงอำนาจสูงสุด และจบลงเมื่อฝรั่งเศสเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 (ชนะได้แคว้นคืน) หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สาธารณรัฐที่ 4 (1946-1958) ได้มีการบูรณะประเทศจากสงคราม ประชากรและเศรษฐกิจขยายตัว ฝรั่งเศสต้องทำสงครามกับอาณานิคมของตนที่ต้องการเป็นอิสระ อาทิ เวียดนาม และอัลจิเรีย ฝรั่งเศสได้เข้าร่วมในการจัดตั้งกลุ่มประชาคมยุโรป ต่อมาได้เกิดความวุ่นวายที่เกิดจากสงครามอัลจิเรีย เรียกร้องอิสรภาพ ซึ่งนำไปสู่การจัดตั้งสาธารณรัฐที่ 5 (1958-ปัจจุบัน) ฝรั่งเศสเกิดวิกฤตการณ์ทางสังคม นักศึกษาปารีส ก่อความวุ่นวายหลังเดอโกล ผู้ที่ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส คือ
- นายพล Charles de Gaulles (ค.ศ.1959 – ค.ศ.1969)
- นาย Georges Pompidou (ค.ศ.1969 – ค.ศ.1974)
- นาย Valery Giscard d’Estaing (ค.ศ.1974 – ค.ศ.1981)
- นาย François Mitterrand (ค.ศ.1981 - ค.ศ.1995)
- นาย Jacques Chirac (ค.ศ.1995 – ปัจจุบัน)

การปกครองในปัจจุบัน เป็นการปกครองแบบกึ่งประธานาธิบดี โดยมี อำนาจบริหาร และ นิติบัญญัติ
อำนาจบริหาร ประกอบด้วย ประธานาธิบดีและคณะรัฐบาล
- ประธานาธิบดี ได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยการใช้ระบบเลือกตั้งโดยใช้เสียงข้างมากสองรอบ ดำรงตำแหน่งสมัยละ 5 ปี
อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ
1) เป็นประมุขสูงสุดของรัฐ
2) แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี
3) ผู้นำกองทัพทั้งหมด
4) ผู้ประกาศใช้กฎหมาย
5) ประธานคณะรัฐมนตรี
6) ผู้มีในการตัดสินนโยบายสำคัญ
- รัฐบาล ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ
นายกรัฐมนตรี มาจากการแต่งตั้งของประธานาธิบดี
นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ Dominique de villepin
อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ
1) เป็นผู้บริหารประจำรัฐบาล
2) มีอำนาจในการออกและแก้ไขกฤษฎีกาต่างๆ
3) ตัดสินการบริหารงานของรัฐมนตรี
รัฐมนตรี มาจากการเสนอชื่อโดยนายกรัฐมนตรี แล้วให้ประธานาธิบดี แต่งตั้งในภายหลัง
อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ
1) อำนาจในการประกาศกฎอัยการศึก
2) อำนวยการราชการพลเรือนและควบคุมกำลังกองทัพ


โครงสร้างการบริหารของรัฐบาล กระทรวง+ทบวง
ด้านการเมือง : ยุติธรรม การต่างประเทศ กองทัพ มหาดไทย
ด้านวัฒนธรรม : ประชาสัมพันธ์ วัฒนธรรม ศึกษาธิการ
ด้านสังคม : สาธารณสุขและประชากร แรงงาน โทรคมนาคม
ด้านเศรษฐกิจ : สาธารณูปโภคและการขนส่ง โยธาธิการ อุตสาหกรรมและการค้า การเกษตร การคลังและเศรษฐการ
อำนาจนิติบัญญัติ ประกอบด้วย รัฐสภา (สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา) ตุลาการรัฐธรรมนูญ และ สภาเศรษฐกิจและสังคม
- รัฐสภา ประกอบด้วย
1) สภาผู้แทนราษฎร ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน ดำรงตำแหน่งสมัยละ 4 ปี จำนวน 410 คน
2) วุฒิสภา ได้รับเลือกตั้งจากบุคคลในกลุ่มอาชีพ จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกเทศบาล คณะเทศมนตรี ดำรงตำแหน่งสมัยละ 7 ปี จำนวน 282 คน
อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ
1) อำนาจในการออกกฎหมาย
2) ควบคุมรัฐบาล
3) ควบคุมการเงินและการคลัง
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ประกอบด้วย อดีตประธานาธิบดี และผู้ทรงคุณวุฒิ 9 นาย
อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ
1) หน้าที่เกี่ยวกับกฎหมายทางการเมือง
2) ดูแลฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารให้เคารพตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ
สภาเศรษฐกิจและสังคม ประกอบด้วย ตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ อยู่ในตำแหน่งสมัยละ 9 ปี กรรมการสมาชิก 200 คน
อำนาจหน้าที่ที่สำคัญคือ ให้คำปรึกษาทางเศรษฐกิจและสังคมทางกฎหมาย

Monday, July 31, 2006

Gouvernement

http://www.premier-ministre.gouv.fr

Thursday, July 27, 2006

Séquence1 - Les petits 3 cochons

Ce soir-là, maman cochon était seule à la maison.Quand le papa cochon est arrivé(V.arriver=มาถึง) , il a ouvert(V.ouvrir=เปิด) la porte tout doucement, pour ne pas faire de bruit. A ce moment-là, il a entendu(V.entendre= ได้ยิน) des cris au premier étage. Alors, il est monté(V.monter = ขึ้น) ,il est entré(V.entrer=เข้ามา) dans la chambre et a découvert(V.découvrir=ค้นพบ) sa femme en train d'accoucher.il est descendu(V.descendre=ลงไป) téléphoner au médecin. Comme personne ne répondait, il est retourné(V.retourner=กลับมา) voir sa femme pour lui expliquer la situation. Ils sont sortis(V.sortir=ออกไป) de la maison puis lis sont partis(V.partir=ออกเดินทางไป) à pied vers l'hôpital Après cinq minutes,un gros camion est passé(V.passer=ผ่าน) à côté d'eux et s'est arrêté(V.se arrêter= หยุด,ยับยั้งอยู่กับ) immédiatement. Le conducteur est venu(V.venir=มา) proposer son aide. ils sont allés(V.aller=ไป) directemant à l'hôpital.Le père est resté(V.rester=อยู่) dans la salle d'attente. Quand les petits sont nés(V.nâitre=เกิด),une pluie fine est tombée(V.tomber=ตก). L'histoire des parent se termine ici mais s'ils ne sont pas morts(V.mourir=ตาย),ils sont sûrement heureux aujourd'hui !
ในคืนวันนั้น แม่หมูนั้นอยู่บ้านคนเดียว เมื่อพ่อหมูมาถึงบ้าน เขาก็เปิดประตูอย่างเบาที่สุด และไม่ทำให้เกิดเสียงดังเลย ในขณะนั้นเขาก็ได้ยินเสียงร้อง มาจากชั้นบนของบ้าน ดังนั้นเขาจึงขึ้นไปดู พ่อหมูเข้าไปในห้องนอนก็พบว่าภรรยาของเขากำลังจะคลอดลูก เขาจึงลงไปชั้นล่างเพื่อที่จะโทรศัพท์หาคุณหมอ แต่ก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์ของเขาเลย พ่อหมูจึงต้องขึ้นไปดูแลภรรยาข้างบนอีกครั้งและอธิบายเหตุการณ์ว่าตอนนี้เป็นอย่างไร พ่อหมูและแม่หมูจึงจำเป็นต้องออกมาจากบ้านและเดินไปโรงพยาบาลด้วยกัน หลังจากที่พวกเขาเดินได้5นาที ก็มีรถบรรทุกคันใหญ่คันหนึ่ง ได้ขับผ่านมาใกล้พวกเขาและจอด แล้วคนขับรถบรรทุกก็เห็นพวกเขาจึงอาสาที่จะช่วยเหลือ คนขับรถจึงไม่รอช้า จึงตัดสินใจรีบพาพวกเขาส่งไปส่งโรงพยาบาลทันที พอไปถึงที่นั้นพ่อหมูก็ต้องรอในห้องรอผู้ป่วย ในขณะนั้นเจ้าลูกหมูทั้งสามก็ออกมาดูโลกพร้อมกับน้ำตาแห่งความยินดี อดีตของพ่อหมูและแม่หมูก็เป็นไปด้วยกาลนี้ ถ้าหากว่าพวกเขาไม่ตาย เชื่อได้เลยว่าพวกเขาจะต้องอยู่กันอย่างมีความสุขตราบจนกระทั่งถึงวันนี้

Friday, July 07, 2006

Gouvernement

การปกครองของฝรั่งเศส
๒.๑ การแบ่งพื้นที่ปกครอง
ฝรั่งเศสแบ่งการปกครองออกเป็น ๒๒ แคว้น ได้แก่
· อัลซาซ (Alsace)
· อากีแต็ง (Aquitaine)
· อูแวงน์ (Auvergne)
· บาสส์-นอร์มังดี (Basse-Normandie)
· บูกองน์ (Bourgogne)
· เบรอตาน (Bretagne)
· ซองเทรอ (Centre)
· กอมปาน-อาดองน์ (Champagne-Ardenne)
· คอร์ส (Corse)
· ฟรองช์-กอมเต้ (Franche-Comté)
· โอท-นอร์มังดี (Haute-Normandie)
· อิล-เดอ-ฟรองซ์ (Ile-de-France)
· ลองกูด๊อก-รูซซีลลอง (Languedoc-Roussillon)
· ลิมูแซ็ง (Limousin)
· ลอร์แร็งน์ (Lorraine)
· มิดิ-พีเรเน่ (Midi-Pyrénées)
· นอร์ด-ปา-เดอ-กาเล่ (Nord-Pas-de-Calais)
· เปย์ส์-เดอ-ลา-ลัวร์ (Pays-de-la-Loire)
· ปิการ์ดี (Picardie)
· ปัวตู-ชารองท์ (Poitou-Charentes)
· องซ์-แอลป์-โก๊ทดาซือ (Provence-Alpes-Côte d’Azur)
· โรน-แอลป์ (Rhône-Alpes)
นอกจากนี้ ยังมีมณฑลโพ้นทะเล (Départements d’outre-mer) จำนวน ๔ แห่ง ได้แก่
· กัวเดอลูป (Guadeloupe)
· มาร์ตีนีค (Martinique)
· กูยานฝรั่งเศส (Guyane Française)
· เรอูนิอง (Réunion)
และดินแดนโพ้นทะเล (Territoires d’outre-mer) จำนวน ๘ แห่ง ได้แก่
· นูแวลกาเลโดนี (La Nouvelle – Calédonie / New Caledonia)
· โปลีเนซีฝรั่งเศส (La Polynésie française / French Polynesia)
· เกาะวาลลิสและฟูตานา (Les îles Wallis et Futuna)
· มายอต (Mayotte)
· แตร์โอสทราลและอามสแตร์ดัม (Les Terres australes et Amsterdam)
· หมู่เกาะโครเซ (Archipel de Crozet)
· หมู่เกาะแกร์เกอลอง (Archipel des kerguelen)
· แตร์อาเดลี (Terre Adélie)
ยิ่งไปกว่านั้น ฝรั่งเศสยังถือกรรมสิทธิ์การครอบครองดินแดนต่าง ๆ อีกหลายแห่ง ได้แก่ บาซซาสดาอินเดีย (Bassas da India) เกาะคลิปเปอร์ตัน (Clipperton Island) เกาะยูโรปา (Europa Island) เฟรนช์เซาเทอรน์แอน์แอนตาร์คติกแลนด์ (French Southern and Antarctic Lands) หมู่เกาะกลอรีโอโซ (Glorioso Islands) เกาะฮวนเดอโนวา (Juan de Nova Island) เกาะโทรเมอลิน (Tromelin Island) อย่างไรก็ตาม สหรัฐ ฯ ไม่ยอมรับการถือกรรมสิทธิ์ของฝรั่งเศสเหนือดินแดนแอนตาร์คติกา
แต่ละแคว้นจะแบ่งออกเป็นจังหวัด (départements) หรือมณฑล (counties) แต่ละจังหวัดจะมีหมายเลขกำกับเพื่อให้ง่ายต่อการบริหารงานในด้านต่าง ๆ เช่น รหัสไปรษณีย์สองตัวแรก และเลขทะเบียนรถยนต์สองตัวสุดท้าย จะใช้หมายเลขของจังหวัดนั้น ๆ กำกับ เป็นต้น หมายเลขจังหวัดจะไล่ลำดับตามลำดับตัวอักษร เช่น Ain ใช้เป็น ๐๑, Aisne ใช้เป็น ๐๒ ฯลฯ แต่ละจังหวัดจะแบ่งออกเป็นแขวง มีสภาแขวงเป็นผู้คอยควบคุมดูแลเมือง หมู่บ้าน หรือกลุ่มหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของนายกเทศมนตรี แขวงมีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบแผนงานการพัฒนาและปัญหาด้านสภาพแวดล้อมในท้องถิ่น ส่วนปัญหาด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม ผู้บริหารระดับภูมิภาคจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนรัฐนั้นรับภาระด้านการศึกษา บริการด้านสาธารณสุข และความมั่นคงของชาติเป็นหลัก

๒.๒ รัฐธรรมนูญฝรั่งเศส
๒.๒.๑ หลังปี ค.ศ.๑๘๗๐ ก่อนปี ค.ศ.๑๘๗๐
ระบบการปกครองของฝรั่งเศส
เป็นระบบสมบูรณาญาสิทธิราช
ซึ่งอำนาจทั้งหมดอยู่ที่ส่วนกลาง
หลังจากนั้นได้เกิดรัฐประหารขึ้นในปี ค.ศ.๑๗๘๙
เพื่อยึดอำนาจของกษัตริย์คืนสู่ประชาชน
และต่อมาได้มีการยกเลิกระบบกษัตริย์เมื่อปี ค.ศ.๑๗๙๒
อย่างไรก็ตาม ใน ค.ศ. ๑๘๐๔ นโปเลียนโบนาปาร์ต
ได้สถาปนาตัวเองเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ ๑
ซึ่งต่อจากนั้นการปกครองของฝรั่งเศสได้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
โดยได้มีความพยายามรื้อฟื้นระบอบกษัตริย์ขึ้น
ซึ่งก็สามารถทำสำเร็จในช่วงเวลาหนึ่ง และหลังจากปี ค.ศ.๑๘๗๐ ฝรั่งเศสก็ได้เป็นสาธารณรัฐเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
๒.๒.๒ สาธารณรัฐที่ ๕ การปกครองของฝรั่งเศสภายใต้ “สาธารณรัฐที่ ๔” (ค.ศ.๑๙๔๕ – ๑๙๕๘) ไม่มีเสถียรภาพ นายพลชาร์ลส์ เดอ โกลล์ (Charles de Gaulle) ต้องกลับมาแก้ปัญหาและได้เสนอให้จัดร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งได้รับความเห็นชอบโดยการลงประชามติ (referendum) เมื่อวันที่ ๒๘ กันยายน ค.ศ. ๑๙๕๘ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ได้เพิ่มอำนาจของประธานาธิบดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการแต่งตั้งถอดถอนคณะรัฐบาลและผู้บริหารของสถาบันระดับสูงต่าง ๆ ตลอดจนเป็นผู้กำหนดนโยบายด้านการต่างประเทศ และการทหาร เป็นต้น
ภายใต้สาธารณรัฐที่ ๕ ได้มีประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว ๕ คน ดังนี้
- นายพล Charles de Gaulles (ค.ศ.๑๙๕๙ – ๑๙๖๙)
- นาย Georges Pompidou (ค.ศ.๑๙๖๙ – ๑๙๗๔)
- นาย Valery Giscard d’Estaing (ค.ศ.๑๙๗๔ – ๑๙๘๑)
- นาย François Mitterrand (ค.ศ.๑๙๘๑ - ค.ศ.๑๙๙๕)
- นาย Jacques Chirac (ค.ศ.๑๙๙๕ – ปัจจุบัน)

๒.๓ ระบบการปกครอง
๒.๓.๑ ประธานาธิบดี เดิมประธานาธิบดี
ฝรั่งเศสอยู่ในวาระละ ๗ ปี โดยอยู่ได้ไม่เกิน วาระซึ่งระยะเวลาการดำรงตำแหน่ง ๗ ปีนี้เริ่มมีมาตั้งแต่ปี ค.ศ.๑๘๘๓ เป็นระยะเวลา ๑๒๗ ปีมาแล้ว ต่อมาได้มีผู้ออกมาแสดงความคิดเห็นว่า การดำรงตำแหน่ง ๗ ปีของประธานาธิบดี ที่มีอำนาจกว้างขวาง เป็นระยะเวลาที่ยาวนานเกินไป ควรจะลดระยะเวลาลงมาเหลือ ๕ ปี เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสตรวจสอบผลงานมากขึ้น ซึ่งผู้ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นในแนวนี้รวมถึงอดีตประธานาธิบดีของฝรั่งเศสแทบทุกท่าน ล่าสุดซึ่งเป็นที่มาของกระบวนการที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ เริ่มจากอดีตประธานาธิบดี Giscard d’Estaing ของฝรั่งเศส ซึ่งในปัจจุบันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมาย้ำเมื่อ ๑๐ พ.ค.๔๓ ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นนี้ พร้อมทั้งเสนอร่างกฎหมายเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศส การดำเนินการของอดีตประธานาธิบดี Giscard d’Estaing ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลพรรคสังคมนิยมของฝรั่งเศส ซึ่งมีนโยบายที่จะปรับปรุงระบบและสถาบันการเมืองฝรั่งเศสอยู่แล้ว นอกจากนี้ การหยั่งเสียงประชาชนฝรั่งเศส โดยหลายสถาบันในช่วงกลางเดือน พ.ค.๔๓ ปรากฏว่าชาวฝรั่งเศส ๓ ใน ๔ คนได้แสดงความเห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นดังกล่าว และได้มีการดำเนินการตามขั้นตอนจนมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้วาระของประธานาธิบดีลดลงเหลือ ๕ ปีเรียบร้อยแล้ว เมื่อปี ๒๕๔๔ ที่ผ่านมา การเลือกตั้งเป็นแบบการเลือกตั้งทางตรง (หมายถึงประชาชนที่มีสิทธิออกเสียงทุกคนเป็นผู้เลือก) และเป็นการเลือกตั้งแบบสองรอบ กล่าวคือ หากในรอบแรกไม่มีผู้สมัครคนใดได้รับเสียงข้างมาก ก็จะมีการเลือกตั้งรอบที่สอง ระหว่างผู้สมัครที่มีเสียงมากที่สุดสองคนแรก
๒.๓.๒ รัฐสภา รัฐสภาของฝรั่งเศสหรือสภานิติบัญญัติ แบ่งเป็น สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา
๒.๓.๒.๑ สภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันสภาผู้แทนราษฎรมีสมาชิก ๕๗๗ คน อยู่ในวาระ ๕ ปี การเลือกตั้ง ส.ส.ฝรั่งเศส เป็นการเลือกทางตรงแบบสองรอบ
๒.๓.๒.๒ วุฒิสภา ปัจจุบันวุฒิสภามีสมาชิก ๓๑๗ คน อยู่ในวาระ ๙ ปี แต่การเลือกตั้งจะมีขึ้นทุก ๆ ๓ ปี โดยจะมีวุฒิสมาชิกส่วนหนึ่งครบวาระ การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกเป็นการเลือกตั้งทางอ้อม โดยผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียง ได้แก่ ส.ส. และผู้แทนระดับท้องถิ่น
ตำแหน่งของประธานวุฒิสภาเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญมาก เนื่องจากในกรณีที่ตำแหน่งประธานาธิบดีว่างลง เช่น ในกรณีที่ประธานาธิบดีเสียชีวิต ประธานวุฒิสภาจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีชั่วคราว จนกว่าจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่
๒.๓.๓ คณะรัฐบาล รัฐบาลฝรั่งเศสมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรีได้รับแต่งตั้งจากประธานาธิบดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่สำคัญในรัฐสภา
ปัจจุบัน คณะรัฐบาลฝรั่งเศสมีสมาชิกมาจากพรรคฝ่ายขวาที่สำคัญสามพรรค คือ สังคมนิยม, พรรค Verts และพรรคคอมมิวนิสต์ ซึ่งประกอบด้วย นายลิโอเนล โจสแป็ง (Lionel Jospin) เป็นนายกรัฐมนตรี และสมาชิกในตำแหน่งรัฐมนตรีหรือเทียบเท่า ๓๓ คน รัฐบาลชุดปัจจุบันจัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐
๒.๓.๔ การบริหารระดับท้องถิ่น ประเทศฝรั่งเศสแบ่งออกเป็น ๙๖ จังหวัด และ ๕ จังหวัดโพ้นทะเล ซึ่งมีการปกครองในระดับท้องถิ่น ดังนี้
๒.๓.๔.๑ สภาเทศบาล (Conseil Municipal) ฝรั่งเศสมีระบบการปกครองในระดับล่าง คือ ตำบล ซึ่งมีอยู่ ๓๖,๔๐๐ ตำบล (Commune) ในจำนวนนี้เป็นตำบลที่มีประชากรต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ คน ๓๕,๔๐๐ ตำบล
การเลือกตั้งสภาตำบลจะมีขึ้นทุก ๆ ๖ ปี โดยผู้สมัครจะเข้าชื่อในบัญชีรายชื่อ ซึ่งผลการเลือกตั้งจะเป็นไปตามสัดส่วนของคะแนนที่แต่ละบัญชีได้รับ สมาชิกสภาเทศบาลจะเลือกนายกเทศมนตรีหรือ Maire เพื่อเป็นประธานสภาเทศบาล และบริหารงานระดับท้องถิ่น เช่น งบประมาณ งานทะเบียน งานด้านสาธารณูปโภค และโรงเรียนอนุบาล และโรงเรียนประถม เป็นต้น
๒.๓.๔.๒ สภาจังหวัด (Conseil General) ในแต่ละจังหวัดจะมีการเลือกตั้งหมุนเวียนสมาชิกสภาจังหวัดทุก ๆ ๓ ปี โดยสมาชิกจะอยู่ในตำแหน่งเป็นเวลา ๖ ปี การเลือกตั้งสมาชิกสภาจังหวัดเป็นการเลือกตั้งทางตรงโดยประชาชนในจังหวัดนั้น ๆ บทบาทของสภาจังหวัดมีเพิ่มมากขึ้นหลังการออกกฎหมายเพื่อกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นฉบับวันที่ ๒ มีนาคม ค.ศ.๑๙๘๒ ซึ่งทำให้สภาจังหวัดมีความรับผิดชอบเพิ่มขึ้น เช่น การกำหนดงบประมาณ การกำหนดภาษีท้องที่ การให้ความช่วยเหลือทางสังคมและครอบครัว การบริหารด้านสาธารณูปโภค และด้านการศึกษาในระดับโรงเรียนมัธยมต้น เป็นต้น
๒.๓.๔.๓ สภาภูมิภาค (Conseil Regional) ในจำนวน ๑๐๑ จังหวัด ได้มีการแบ่งการปกครองเป็น ๒๒ ภูมิภาค และ ๔ ภูมิภาคโพ้นทะเล โดยในแต่ละภูมิภาคจะมีการเลือกตั้งสภาภูมิภาคทุก ๆ ๖ ปี การเลือกตั้งสภาภูมิภาคเป็นการเลือกตั้งทางตรงโดยประชาชนในภูมิภาคนั้น ๆ สภาภูมิภาคมีความรับผิดชอบในการกำหนดแผนเศรษฐกิจ การศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และในด้านที่อยู่อาศัย ฯลฯ


http:/http://www.navy.mi.th/intel/paris/paris_french_info.htm

http://www.galenfrysinger.com

http://www.guide-hotel-france.com

Wednesday, June 28, 2006

Mon Journal


Bonjour !!
mon récit.
Moi , Je m'appelle Silvère. (Supachai Saeheng)
Mon nom bien avoir le dessus.
Je suis née Samutprakarn, au 5 Novembre 1987.
J'ai 18 ans.
J'habite 155 M.2 Suksawat Rue Bangpakok Ratburana Bangkok 10140.
Je pére 48 kilos.
Je mesure 160 cm.
Mon numéro de téléphone est 02-427-3619.
Je suis étudiant dans le programme du français à l'école Bangpakok wittayakom.
Mon couleur préféré est bleu.
Mon animal préféré est le chien.
Mon dessert préféré est le glace au chocolar.
Mon chanteur préféré est Keita.Je suis dové en anglais mais je suis mauvais en français. Cependant, j'ai un effort.Après je finirai mes études, je souhaite que je réussie dans l'examan d'admission au faculte des libéraux d'arts, Université Thammasart.Dans l'avenir je voudrais travailler un peu mais je souhaite que je gagne beaucoup d'argent.Mon devise est " Vouloir c'est pouvoir ".

Monday, June 26, 2006

la capital

Bonjour,Je m'appelle Supachai. J'ai 18 ans.
http://th.wikipedia.org/wiki/

la capital

Bonjour,Je m'appelle Supachai. J'ai 18 ans.